
มังกรหยกแกะสลักยุค 8,000 ปีก่อน
"ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีวิธีปฏิบัติที่เรียกว่า “การสละราชบัลลังก์” ซึ่งยุคนี้ผู้คนยังมีความเท่าเทียมกัน ทรัพย์สินทั้งหมดถือเป็นของส่วนกลาง ดังนั้นจึงไม่มีการแย่งชิงและโจรผู้ร้าย นักโบราณคดีเรียกสังคมในยุคนี้ว่า ‘สังคมเอกภาพ’"
ผู้คนจากประเทศต่าง ๆทั่วโลกต่างก็มีวิถีในการอธิบายถึงที่มาของฟ้าดินและมนุษย์ที่แตกต่างกัน ประเทศจีนก็มีเรื่องราวตำนานของผานกู่เบิกฟ้าแยกดินและเทพหนี่อัวสร้างมนุษย์ที่เล่าขานกันต่อมา ทว่า ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ในยุคต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความก้าวหน้าทางโบราณคดีและมนุษย์โบราณ รวมถึงทางธรณีวิทยา ได้เปิดเผยความลับต้นกำเนิดของแผ่นดิน และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในโลกมนุษย์ ปัจจุบันนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีและมนุษย์โบราณได้ขุดพบซากฟอสซิลของมนุษย์ ซึ่งมีอายุกว่า 3,000,000 ปีในทวีปอาฟริกา ดังนั้น จึงเชื่อถือกันว่าทวีปอัฟริกาเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
สำหรับในประเทศจีนนั้น ที่อำเภออูซานในมณฑลฉงชิ่งก็ได้มีการขุดพบซากฟอสซิลโบราณของ ‘มนุษย์อูซาน’ที่มีอายุกว่า 2,000,000 ปี นอกจากนี้ ยังพบซากฟอสซิลมนุษย์โบราณจำนวนมากในบริเวณกว้างอาทิ มนุษย์หยวนเหมย มนุษย์หลันเถียน มนุษย์ปักกิ่ง และ มนุษย์ถ้ำ เป็นต้น ดังนั้น นักโบราณคดีจีนจึงได้เสนอว่า พื้นที่ในแถบเอเชียอาคเนย์ ก็เป็นแหล่งต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ด้วยเช่นกัน
การปรากฏตัวขึ้นของมนุษย์ถือเป็นผลจากการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง ซึ่งได้พัฒนาตัวเองจากเผ่าพันธุ์ของวานร จากการศึกษาและค้นคว้าของนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมนุษย์โบราณในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า เผ่าพันธุ์วานรในยุคโบราณและมนุษย์ในยุคแรกเริ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแนวคิดเรื่อง ‘จากวานรสู่มนุษย์’นี้ ก็ได้มีหลักฐานยืนยันมากขึ้น
ที่มาของวิวัฒนาการมนุษย์มีส่วนสัมพันธ์กันอย่างมากกับการใช้แรงงาน เนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มนุษย์ยุคแรกทำขึ้นเองนั้นได้แก่เครื่องมือหินกระเทาะ ซึ่งนักโบราณคดีได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างเครื่องมือหินในยุคหลังที่เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการฝนหรือลับ ดังนั้นพวกเขาจึงแบ่งยุคของการใช้เครื่องมือหินที่เกิดจากการกะเทาะนี้ว่า ยุคหินเก่า ส่วนช่วงเวลาที่มีการใช้วิธีการฝนหินในการสร้างเครื่องมือหิน เรียกว่า ยุคหินใหม่
ยุคหินเก่า
เพื่อสะดวกในการศึกษาทางโบราณคดี พวกเขายังแบ่งแต่ละยุคออกเป็น 3 ตอนได้แก่ ตอนต้น ตอนกลางและตอนปลาย โดยยุคหินเก่าที่แบ่งเป็น 3 ตอน นั้นจัดแบ่งตามลักษณะพิเศษของการยืนตัวตรงของมนุษย์ ได้แก่ มนุษย์วานร มนุษย์โบราณ และมนุษย์ยุคใหม่ ซึ่งเครื่องมือหินที่ผลิตในยุคหินเก่าตอนต้นนั้น มีลักษณะที่เรียบง่าย หยาบ หนาและหนัก รวมทั้งมีลักษณะพิเศษที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือได้หลายชนิด เมื่อมาถึงยุคหินเก่าตอนปลายนั้น เครื่องมือหินที่ทำการผลิตออกมานั้นมีขนาดเล็กลงและหลากหลายมากขึ้น โดยแบ่งเป็นชนิดของเครื่องมือต่าง ๆ ที่ขุดพบได้แก่ ธนู หอกพุ่ง เป็นต้น ซึ่งต้องใช้เทคนิคในการขุดเจาะ อีกทั้งยังพบเครื่องมือหินส่วนหนึ่งที่เกิดจากการฝนหินหรือลับหินอีกด้วย
"จากการกินอาหารที่สุกในยุคหินเก่านี้เอง ได้ช่วยลดกระบวนการในการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายมนุษย์ได้รับสารอาหารที่มากขึ้น และทำให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตเปลี่ยนแปลงไป และเร่งการเจริญเติบโตทางสมองยิ่งขึ้น มนุษย์ปักกิ่งเมื่อ 300,000 ปีก่อน มีปริมาตรสมองโดยเฉลี่ย 1,059 มล. ในขณะที่ มนุษย์ถ้ำซึ่งอาศัยอยู่ในช่วงเวลา 100,000 ปีก่อน มีขนาดสมองเฉลี่ย 1,200 – 1,500 มล. ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาตรสมองของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน"
ในยุคหินเก่านั้น ผู้คนต้องยังชีพด้วยการเก็บผลไม้ป่าและการตกปลาล่าสัตว์ พวกเขาไม่รู้จักการสร้างบ้าน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ร่วมกันตามโพรงถ้ำ ในยุคหินเก่าตอนต้นนั้น ผู้คนรู้จักการใช้ไฟแล้ว โดยเริ่มจากการเก็บกิ่งไม้ที่เกิดจากไฟไหม้ป่า ต่อมาภายหลังจึงรู้จักวิธีการจุดไฟด้วยตัวเอง เช่นการตีหินให้เกิดประกายไฟ การฝนไม้ให้เกิดความร้อน เป็นต้น และการรู้จักใช้ไฟนี้เองมีส่วนสำคัญต่อวิวัฒนาการของมนุษย์เป็นอย่างมาก พวกเขาเริ่มใช้ไฟส่องทาง ขับไล่สัตว์ป่าที่ดุร้าย ขับไล่ความหนาวเย็น และยังได้เปลี่ยนแปลงความเคยชินจากการบริโภคอาหารดิบมาเป็นอาหารสุกอีกด้วย
และเนื่องจากการกินอาหารที่สุกแล้วนี้เอง ยังได้ช่วยลดกระบวนการในการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายมนุษย์ได้รับสารอาหารที่มากขึ้น และทำให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตเปลี่ยนแปลงไป ช่วยเพิ่มความแข็งแรงต่อร่างกาย และเร่งการเจริญเติบโตทางสมองยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น มนุษย์ปักกิ่งเมื่อ 300,000 ปีก่อน มีปริมาตรสมองโดยเฉลี่ย 1,059 มล. ในขณะที่ มนุษย์ถ้ำซึ่งอาศัยอยู่ในช่วงเวลา 100,000 ปีก่อน มีขนาดสมองเฉลี่ย 1,200 – 1,500 มล. ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาตรสมองของมนุษย์ในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีขนาดความสูงที่ใกล้เคียงกับชาวจีนทางภาคเหนืออีกด้วย ปัจจุบันนี้ ได้มีการค้นพบโบราณวัตถุในยุคหินเก่า กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ 20 กว่ามณฑลทั่วประเทศ อันแสดงถึงขอบเขตในการดำเนินชีวิตของคนในยุคนั้น ซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางพอสมควรทีเดียว

เนื้อหาดีมากเลยนะค่ะ
ตอบลบ